2553 โดยกำหนดที่จะใช้คะแนนจากแบบทดสอบศักยภาพทั่วไป หรือ GAT และแบบทดสอบศักยภาพทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT โดยใช้คะแนนการสอบในเดือน ก.ค.นี้.
ผศ.ดร.ม.ร.ว.กัลยา ติงศภัทิย์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตามที่จุฬาฯเปิดรับตรงปีการศึกษา 2553 โดยกำหนดที่จะใช้คะแนนจากแบบทดสอบศักยภาพทั่วไป หรือ GAT และแบบทดสอบศักยภาพทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT โดยใช้คะแนนการสอบในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นการสอบครั้งที่ 2 นั้น ปรากฏว่ามีเสียงคัดค้านจากผู้ปกครองนักเรียนจำนวนมาก บางรายก็จะฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพราะเห็นว่าเป็นการตัดสิทธิเด็ก เพราะเด็กยังมีความรู้ด้านวิชาการไม่เพียงพอ ซึ่งจุฬาฯก็รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ดังนั้นในการสอบตรงปกติปีการศึกษา 2553 ของจุฬาฯ จะเปิดโอกาสให้นักเรียนนำคะแนน GAT และ PAT ที่สอบในเดือน ก.ค. หรือครั้งที่ 2 และการสอบเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 นำคะแนนที่ดีที่สุดมาใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กอย่างเต็มที่ โดยจุฬาฯ หารือที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ.ซึ่งเข้ามารับผิดชอบในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาหรือแอดมิชชั่น แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แล้ว ซึ่ง ทปอ.ยินดีที่จะเลื่อนเวลาในการส่งรายชื่อระบบรับตรงจากเดิมคือวันที่ 31 ม.ค. 2553 เป็นวันที่ 15 มี.ค. 2553 ดังนั้น สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. ก็สามารถตรวจข้อสอบและประกาศผล GAT และ PAT ครั้งที่ 3 ได้ทัน ดังนั้น การรับตรงปกติก็จะให้สิทธิเด็กนำคะแนนครั้งที่ 2 หรือ 3 มาใช้ เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับเด็ก
"ส่วนการรับตรงแบบพิเศษ เช่น จุฬาฯชนบท เด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา ศิลปะ เป็นการคัดเลือกที่ต้องดำเนินการเร็ว ก็จะใช้คะแนน GAT และ PAT ครั้งที่ 2 เท่านั้น หากเด็กไม่ผ่านการคัดเลือกระบบ รับตรงแบบพิเศษ ก็ยังมีสิทธิมาสมัครรับตรงปกติ และใช้คะแนน GAT และ PAT ครั้งที่ 3 มาสมัครได้ด้วย" ผศ.ดร.ม.ร.ว.กัลยากล่าว
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น